นาธาน อาเก้

นาธาน อาเก้ หนึ่งในนักเตะทีมชุดใหญ่สโมสรเรือใบสีฟ้า แมนเซสเตอร์ ซิตี้ตำแหน่งกองหลังผู้ถนัดซ้าย สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ด้วยค่าตัว 41 ล้านปอนด์ซึ่งทำผลงานได้ดีในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่แต่มีความคล่องตัวสูงสามารถสกัดผลทีมคู่แข่งและสร้างโอกาสดีๆ หลายครั้งให้แก่เพื่อนร่วมทีม ถือว่าเป็นนักเตะที่มีคุณภาพและสามารถสร้างสรรเกมในระหว่างการแข่งขันได้ดีคนหนึ่ง วันนี้เรามาทำความรู้จักอาเก้กันแบบเจาะลึกพร้อมๆ กัน

นาธาน อาเก้

นาธาน อาเก้ กับจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการฟุตบอลอังกฤษ

ความผูกพันและหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กเพราะพ่อของนาธาน อาเก้ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลระดับท้องถิ่นในประเทศเนเธอร์แลนด์การคลุกคลีกับนักฟุตบอลการทำทีม การบริหารทีมและรูปแบบการเล่นทำให้เข้ารับรับการซึมซับมาตั้งแต่เด็ก และสุดท้ายจากการสนับสนุนของครอบครัวเข้าได้เข้าร่วมทีมท้องถิ่นที่พ่อของเขาเป็นผู้จัดการทีมอยู่นั่นเอง

ด้วยเหตุที่พ่อของเขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ทำให้เขามีโอกาสถูกเรียกลงสนามและใช้งานในฐานะนักเตะในหลายๆ ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นกองกลาง กองหลังตัวรุก กองหลังต่ำและตำแหน่งตัวทำเกมรุกริมเส้น ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ อาเก้เป็นนักบอลสารพัดประโยชน์และพัฒนาฝีเท้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว จนอายุได้ 12 ปี เขาสามารถเข้าร่วมทีมกับทีมฟุตบอลดังของประเทศฮอนแลนด์ สโมสรเฟเยนูร์ด

จุดเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่นักฟุตบอลอาชีพเกิดที่สโมสรเฟเยนูร์ด

ด้วยทักษะในการเล่นบอลที่ อาเก้สามารถลงเล่นได้หลากหลายตำแหน่งและเมื่อเขาได้ร่วมทีมเยาวชนเฟเยนูร์ด ประเทศฮอนแลนด์ในปีแรกของการร่วมทีม เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลระดับเยาวชนของประเทศฮอนแลนด์มาครองได้สำเร็จ จากทักษะ ความสามารถและความแข็งเกร่งของเขาทำให้ชื่อเสียงดังก้องไปถึงสโมสรแถบยุโรป รวมถึงในเมืองผู้ดีอย่างสโมสรสิงห์โตน้ำเงินคราว เซลซีด้วย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปข้างหน้า อาเก้ตกลงตัดสินใจย้ายจากสโมสรเฟเยนูร์ดเข้าสู่สโมสร เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในทันที

หนึ่งในนักเตะเมืองผู้ดีเขาคือ อาเก้

 อาเก้สามารถก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีมชุดเยาวชนสโมสรเซลซีได้ไม่ยาก และในปี 2012 เข้าได้ตำแหน่งตัวสำรองในทีมชุดใหญ่และมีโอกาสในการลงสนามครั้งแรกในศึกฟาดแข้งระหว่างเซลซีกับนอริช ซิตี้ ก่อนที่จะมีส่วนร่วมนำชนะชนะให้แก่ทีมเซลซีในนัดดังกล่าว

หลังจากนั้นเขาได้รับหน้าที่เป็นนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ หรือกองกลางตัวรับเพื่อสกัดการบุกของทีมฝ่ายตรงข้ามและสร้างสรรเกมให้กองหน้าทำการบุกฝ่ายตรงข้ามได้อย่างดีและต่อเนื่อง จนสามารถพาทีมสิงห์โตน้ำเงินครามผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และในการทำศึกครั้งนั้นสโมสรเวลซีสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จโดยชนะสโมสรเบนฟิก้า 2 ประตู่ต่อ 1 จากนั้นในปี 2015 นาธาน อาเก้ ได้ถูกปล่อยสโมสรเรดดิ้งยืมตัวไปใช้งานเพื่อเพิ่มประสบการณ์และทักษะในสนามแข่งขันชุดใหญ่ให้มากขึ้นในลีกแชมเปี้ยนชิพ ประเทศอังกฤษ

อย่างไรก็ตามเขามีโอกาสได้แสดงฝีเท้าเพียงไม่กี่นัด และถูกเรียกตัวกลับไปช่วยสโมสรต้นสังกัดอีกครั้งในกลางฤดูกลาง ก่อนที่สโมสรวัตฟอร์ดจะยืมตัวไปใช้งานต่อในช่วงฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งเจ้าตัวไม่อิดเอื้อนแม้แต่น้อยเพราะอย่างลงสนามเพื่อแสดงความสามารถ และการย้ายไปสโมสรวัตฟอร์ดในครั้งนี้ เขาต้องเล่นในตำแหน่งกองหลังฝั่งซ้ายซึ่งไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะอาเก้เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์อยู่แล้ว ตำแหน่งไหนเขาก็สามารถเล่นได้ดีเพียงขอให้ได้ลงสนามเท่านั้น

ด้วยความกระหายที่จะลงเล่นและแรงผลักดันภายในตัวเองที่ต้องการแสดงทักษะ โชว์ฝีเท้าให้ทุกคนได้เห็น ส่งผลให้อาเก้สามารถสร้างผลงานได้ดีเยี่ยมในตำแหน่งกองหลังฝั่งซ้าย จนกลายเป็นกำลังหลักของทีมสโมสรวัตฟอร์ดในที่สุด

ในฤดูกาล 2015-2016 นาธาน อาเก้ ต้องเก็บข้าวของย้ายบ้านอีกครั้ง เมื่อสโมสร วัตฟอร์ด ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาขอยืมตัวเขา จึงทำให้เจ้าตัวไม่รอช้ารีบตอบรับข้อเสนอดังกล่าว ด้วยเหตุที่ว่าต้องการที่จะหาโอกาสในการลงเล่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และก่อนที่สิ้นสุดฤดูกาลเขาจะได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสร วัตฟอร์ด ในฤดูกาล 2015-2016 ด้วย

แม้ผลงานที่ดีเยี่ยมจะสามารถทำให้สโมสรต้นสังกัดเรียกตัวเขาไปช่วยทีมแต่ก็ยังไม่สามารถเป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงของทีมเซลซีได้ แถมยังถูกลงตัวไปให้สโมสรบอร์มัธ ยืมตัวใช้งานอีกครั้งและนี่คือสาเหตุที่ อาเก้มองหาทีมสโมสรใหม่ๆ ที่ต้องการตัวเขาเพื่อจะได้มีโอกาสเป็น 1 ใน 11 ตัวจริงเสียที ไม่ต้องรอคอยโอกาสกับทางสโมสรเซลซีไปเรื่อยๆ แบบนี้

ความเปลี่ยนแปลงในอาชีพนักเตะเกิดขึ้นที่สโมสร บอร์นมัธ

ด้วยความตั้งใจที่จะหาสโมสรใหม่และความต้องการในการแสดงทักษะและความสามารถเพื่อให้แมวมองทีมสโมสรต่างๆ เกิดความสนใจในตัวเขา การย้ายโดยสัญญายืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรบอร์นมัธ อาเก้สามารถแจ้งเกิดได้ทันที่ทีลงประเดิมสนามในนัดแรก สามารถสร้างความประทับใจและเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอลของสโมสรได้เป็นอย่างดี โดยเขามีโอกาสลงเป็นตัวจริงทั้งหมด 10 นัดต่อเนื่องและทำได้ 3 ประตู ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้นสังกัดเรียกตัวเขากลับไปช่วยทีมอีกครั้ง

การย้ายตัวกลับไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น เขายังคงไม่ได้เป็น 11 ตัวจริงและยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการทีมอยู่อยู่ สุดท้ายในช่วงฤดูกาลที่ 2017-2018 สโมสรบอร์นมัธจงตัดสินใจซื้อตัว นาธาน อาเก้ ขาดจากสโมสรเซลซีเพื่อมาเป็นกำลังหลักของทีมในราคา 20 ล้านปอนด์ การกลับมาครั้งนี้อย่างเป็นทางการของอาเก้ในฐานะนักเตะที่ซื้อขายจากสโมสรเดิม เขาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งจากสโมสรและแฟนบอล ทำให้เข้ารู้สึกได้ว่า เขามาอยู่ในที่สำหรับเขาแล้ว

ด้วยสไตล์การเล่นของเขาที่มีเทคนิคและพรสวรรค์ในเกมรับ และยังสามารถขึ้นไปสร้างสรรค์เกมบุกในแดนหน้าให้กับทีมได้อย่างหลากหลายรูปแบบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ในทุกๆ สถานะการณ์ ทำให้เขาได้รับการชื่นชมเทียบเท่านักเตะในตำนานอย่างรุด กุลลิท เลยทีเดียว ที่สุดแล้วชื่อเสียงของเขาได้เริ่มกระจายไปทั่วโลกทั่งวงการลูกหนัง จนสโมสรยักษ์ในพรีเมียลีกต่างพากันให้ความสนใจที่จะดึงตัวไปร่วมทีม รวมถึงสโมสรเก่าเซลซีก็ยังต้องการซื้อตัวเขากลับไป

เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2019-2020 สโมสร บอร์นมัธ ตกชั้นไปเล่นอยู่ในลีก แชมเปี้ยนชิพ ทำให้หลายสโมสรยักษ์ติดต่อเพื่อขอซื้ออาเก้ในทันทีซึ่งที่สุดแล้วสโมสรเรือใบสีฟ้า แทนเซสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถซื้อตัวอาเก้ไปร่วมทีมได้สำเร็จด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์พร้อมโบนัสพิเศษอีก 1 ล้านปอนด์

กองหลังสารพัดประโยชน์คนใหม่ของเรือใบสีฟ้า แมนเซสเตอร์ ซิตี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2020 อาเก้ได้เข้าร่วมทีมสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการด้วยค่าตัว40ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสอีก 1ล้านปอนด์ในตำแหน่งกองหลังโดยอาเก้สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งกองหลังตัวกลาง กองหลังแดนสูงซึ่งจะคอยสอดขึ้นทำประตูในเวลาที่ทีมได้ลูกเตะมุม หรือจะเล่นในตำแหน่งสวีปเปอร์ / ลีเบโร ซึ่งทำหน้าที่สกัดลูกจากฝ่ายตรงข้ามเวลาบุกมาและทำการโต้กลับ หรือในตำแหน่งฟลูแบ็ก – วิงแบ็ก เขาก็สามารถทำหน้าที่ได้หมด

สถิติและผลงานในหนึ่งฤดูกาลของนักเตะสารพัดประโยชน์

ได้มีการเก็บสถิคิการเล่นของนาธาน อาเก้ ในหนึ่งฤดูกาลซึ่งเข้าลงสนามทั้งหมด 29 นัด ปรากฏว่ามีผลงานที่น่าสนใจคือ สามารถคลีนชีตได้ 4 / เข้าสกัดได้ 31 ครั้งโดยสามารถสกัดได้สำเร็จถึง 48% / สามารถตัดบอลทึมฝ่ายตรงข้ามได้ 31 ครั้ง บล๊อคลูกยิงได้ 6 ครั้ง และเคลียร์บอลได้ 147 ครั้ง โดยในจำนวนเคลียร์บอลนี้มีถึง 78 ครั้งที่เป็นการเคลียร์โดยใช้ลูกโหม่งสกัด

ส่วนการสกัดบอลแบบตัวต่อตัวกับนักเตะฝ่ายตรงข้าม เขาสามารถแย่งบอลกลับมาได้ 140 ครั้ง ตัดบอลได้ 36 ครั้ง แอสซิสต์ได้ 2 ครั้งและสามารถผ่านบอลให้ผู้เล่นในทีมได้อย่างแม่นยำถึง 1,210 ครั้ง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงผลงานที่เพิ่งเริ่มต้นและมีโอกาสสร้างความประทับใจอย่างเป็นกิจลักษณะอย่างจริงจังกับสโมสรต้นสังกัด เชื่อแน่ว่าในอนาคต อาเก้จะยังคงสร้างผลงานดีๆ และน่าประทับใจได้อีกมากในลีกผู้ดีอังกฤษแน่นอน

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี

Line: @mokmun

 

By editor