สิงห์บลู โฉมใหม่ หลังจากเปลี่ยนกุนซือ

หากมองในแง่ที่ว่าอดีตกุนซือ PSG เพิ่งมาคุมทีม ได้แค่วันเดียว มีเวลาซักซ้อม session เดียว การพลิกโฉมวิธีการเล่นได้ขนาดนี้ส่งสัญญาณแง่บวกแน่นอน ก่อนเกม ทูเคิ่ล เขาแทบไม่มีเวลาใดๆ ในการเตรียมตัว ทำความรู้จักลูกทีม ดังนั้นจึงต้องเลือกผู้เล่น ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ผ่านนัดนี้ไปได้ก่อนแบบ ไม่เสียแต้มเป็นอย่างน้อย ซึ่งก็ถือว่า ทูเคิล ทำได้ตามเป้า ถึงแม้จะได้แค่ 1 แต้มก็ตาม
การใช้ระบบ 3-4-2-1 คือหลัง 3 ตัวและกลางโฮลดิ้ง 2 ตัวแล้วให้แบ็ค 2 ข้าง ขึ้นไปเติมเกมรุกเหมือนเป็นกลางฝั่งซ้ายและขวาทำให้ เชลซี เป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างเอาไว้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขาดกับแค่ประตูเท่านั้นในเกมส์นี้ โดยการมาของ ทูเคิล ทำให้เราได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยได้เห็นเลยจากยุคของ แฟร็งค์ แลมพาร์ด คือการ “นวด” คู่แข่งจนไม่มีโอกาสได้ต่อสู้
เชลซี ในยุค ทูเคิ่ล จึงเน้นเจาะพื้นที่ตรงกลางเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ เราจึงจะได้เห็นความสามารถของผู้เล่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่ง คนที่น่าจะไปได้สวยที่สุด ในยุคของ ทูเคิ่ล คือ มาเตโอ โควาซิช ที่เป็นตัวปั้นเกมร่วมกับ จอร์จินโญ่ แต่ฝ่ายแรกเด่นกว่าชัดเจน อีกหนึ่งสิ่ง ที่เราไม่ได้เห็นในยุค แลมพ์ คือ ไค ฮาร์แวร์ตซ์ สามารถลากบอล จากกลางสนาม เข้าถึงเขตโทษโดยใช้ความแกร่งให้เห็นในเกมส์นี้ ถือ เป็นสัญญาณบอกถึงความพร้อมในการงัดฟอร์มตัวเอง อย่างเห็นได้ชัด
กุนซือ ใหม่ ที่มีเวลาซักซ้อมเซสชั่นเดียว ก่อนลงสนาม แต่สามารถทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดา ที่เหลือ ก็จะมีแต่ คือวิธีการเข้าทำในรูปแบบต่างๆ ที่ต้องขัดเกลาผ่านการซ้อมที่มากขึ้น เท่านั้น

 

อ่านต่อได้ที่ : https://www.arsware.org/